“ผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี “

“ผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี “

“ผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี “

ผิดนัดชำระหนี้

จะทำยังไงเมื่อเป็นหนี้

ติดหนี้ธนาคาร

วิธีฝ่าวิกฤตเมื่อผ่อนบ้านไม่ไหว

เทคนิคเซฟบ้านไม่ให้ถูกยึดจากธนาคาร

ไม่สามารถชำระหนี้ธนาคารได้ต้องทำอย่างไร

——————————

วิกฤติในชีวิตเกิดขึ้นได้เสมอ อยู่ที่จะมาถึงเมื่อไหร่ และเตรียมรับสถานการณ์ได้ดีแค่ไหน

เช่น ตกงาน กิจการขาดทุน เศรษฐกิจผันผวน ไฟไหม้โรงงาน

อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเราจำเป็นต้องเผชิญปัญหา

รายได้ไม่พอที่จะผ่อนชำระค่างวดกับธนาคาร

——————————

หากปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างไม่ถูกต้อง

และ/หรือปล่อยปละละเลย

จะทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตรุนแรงขึ้นได้

หรือเลวร้ายจนถึงขั้นต้องถูกฟ้องร้องยึดบ้านขายทอดตลาด

ทำให้สูญเสียบ้านไปในที่สุด และยังเป็นหนี้ต่อไป

หากราคาที่ขายยังไม่พอกับหนี้ที่มี หรือเรียกว่า หนี้ส่วนขาด

—————————–

การผิดนัดชำระหนี้ การผ่อนบ้านไม่ไหว

เป็นปัญหาปกติที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้

แต่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาในชีวิต

จะต้องรีบหาทางแก้ไขให้ได้อย่างถูกต้อง

เหมาะสมและทันเวลา

จนสามารถหลุดพ้นจากวิกฤติการณ์

และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีได้

—————————–

มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แก้ปัญหาผิดวิธี

จนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องยึดบ้าน และกลายเป็นบุคคลล้มละลาย

เช่น การหยุดผ่อนชำระค่างวด พร้อมทั้งหนีหาย หลบซ่อน

ไม่ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

และสะสมปัญหาให้เลวร้ายยิ่งๆ ขึ้น

จนไม่สามารถเยียวยาได้

—————————–

ขั้นตอนการแก้ปัญหาที่เหมาะสมคือ

  1. ไปติดต่อธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ให้เรา แล้วขอคำปรึกษา คำแนะนำ ธนาคารจะมีทางออกให้เราเลือกหลายแนวทางให้เราพิจารณา วิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์กับเรามากที่สุด
  2. ทางออกมีหลายแนวทางขึ้นอยู่กับว่าเราผ่อนมานานเท่าใด หรือหยุดผ่อนชำระนานเท่าใดเรามีศักยภาพมากน้อยเพียงใดในการชำระหนี้ธนาคารดำเนินการถึงขั้นตอนใด เราสามารถเจรจาและ/หรือยื่นข้อเสนอต่างๆ ต่อธนาคารให้พิจารณาเช่น
    • ขอผ่อนผัน และ/หรือขยายเวลาชำระหนี้
    • ขอชำระเฉพาะดอกเบี้ย และ/หรือ ขอลดอัตราดอกเบี้ย
    • ขอให้ชะลอการฟ้อง และ/หรือ ถอนฟ้อง
    • ขอให้ชะลอการยึดทรัพย์ และ/หรือขายทอดตลาด
    • ขอเปลี่ยนเจ้าหนี้ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสัญญาใหม่
  3. ถ้าเราประเมินเตัวเองว่าจะสามารถหาเงินได้ให้พอกับแนวทางใดแนวทางหนึ่งหรือเงื่อนไขของธนาคาร ก็เจรจากับธนาคาร
  4. ข้อสำคัญถ้าเราจะทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต้องอ่านสัญญาดีๆ ถ้าไม่ไหวอย่าทำเพราะอาจมีการนำดอกเบี้ยและค่าปรับต่างๆ ไปทบรวมเป็นเงินต้นเราจะเสียประโยชน์ในชั้นศาล
  5. แต่ถ้าประเมินว่าเราไม่สามารถหารายได้ให้พอจ่ายภาระค่าผ่อนได้และไม่มีหนทางอื่นอีก ก็รีบตัดสินใจประกาศ ขายทรัพย์สินชำระหนี้ถ้ายื้อไว้สุดท้ายโดนยึดขายทอดตลาดในราคาถูกๆ ทำให้สูญเสียทั้งบ้าน แถมหนี้ก็อาจจะยังอยู่ล้มแบบนี้อาจจะฟื้นยากหน่อยอาจกลายเป็นบุคคลล้มละลายได้

ประโยชน์ที่ลูกหนี้และธนาคารจะได้รับ

  • ถ้าเป็นไปได้ธนาคารยินดีที่จะเจรจากับลูกหนี้เพราะไม่ต้องการทรัพย์มาเก็บไว้ จะไม่รอให้ไปถึงขั้นประมูล ถ้ามูลค่าทรัพย์ไม่มากพอเท่ามูลค่าหนี้ที่มี
  • ขั้นตอนก่อนจะถึงขั้นบังคับคดีเพื่อไปประมูลขายทอดตลาด ธนาคารจะต้องเสียเวลา และค่าใช้จ่ายเพิ่มขื้น ค่าทวงหนี้ ค่าทนาย ยิ่งรอนาน ปล่อยปละละเลย จะทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มจากอัตราปกติเป็นอัตรา npl ซึ่งสูงมาก
  • สิ่งสำคัญที่เป็นอันตรายที่สุดสำหรับลูกหนี้คือ ดอกเบี้ยไม่ได้หยุด ค่าปรับผิดสัญญาไม่ได้หยุด เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมูลหนี้ค้างชำระมากกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่จำนองไว้
  • ถ้าลูกหนี้รอจนถึงวันประมูลเปรียบเสมือนเราขายทรัพย์ได้ราคาถูก แต่มูลหนี้มากกว่ามูลค่าบ้าน ลูกหนี้ยังต้องเป็นหนี้ต่อ
  • ลูกหนี้บางรายมีความเข้าผิดอย่างใหญ่หลวงว่า หลังจากถูกฟ้องยึดทรัพย์ขายทอดตลาดแล้ว จะหมดหนี้ที่มีต่อธนาคาร
  • แต่ความเป็นจริงคือ ธนาคารยังสามารถตามสืบทรัพย์จากลูกหนี้ได้อีก เป็นระยะเวลา 10 ปี ดังนั้นลูกหนี้ไม่สามารถซื้อทรัพย์สินอื่นใด หรือมีบัญชีเงินฝากธนาคารได้ ไม่สามารถทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินในนามตนเองได้ เพราะจะถูกเจ้าหนี้ตามอายัดได้ตลอดเวลา ชีวิตภายในระยะเวลา 10 ปีนี้ จะไม่มีความรื่นรมย์อีกต่อไป
  • ดังนั้นหลักการคือ ลูกหนี้ต้องเฉือนเนื้อร้าย หรือหยุดเลือดที่ไหล (ดอกเบี้ย ค่าปรับ) ให้เร็วที่สุด นั่นหมายถึงต้องรีบตัดสินใจขายทรัพย์ให้เร็วที่สุด ในขณะที่ยังเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้ได้
  • การตัดสินใจเจรจากับธนาคาร ทำให้ลูกหนี้มีโอกาสที่ดีกว่า อย่างน้อย 2 ทาง คือ มีเงินเหลือ หรือแม้ไม่มีเงินเหลือเลย แต่สามารถปิดบัญชีหนี้เป็นศูนย์ แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ต้องมีช่วงชีวิตที่ต้องถูกหลอกหลอนเป็นเวลา 10 ปี เพราะถูกตามอายัดทรัพย์สินต่างๆ กลายเป็นบุคคลล้มละลาย

ตั้งสติเพื่อแก้ปัญหาฝ่าวิกฤติ

  • ผู้คนส่วนใหญ่คิดบางครั้ง ใช้วิธิหนีปัญหา แต่ปัญหาไม่หมดไป ทิ้งไว้นาน เรื้อรัง ปัญหาใหญ่ขึ้น มูลค่าหนี้มากขึ้น จนกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถมีทรัพย์สินเป็นของตนเองได้
  • ลูกหนี้รายใดก็ตามที่เริ่มมีปัญหาการขาดผ่อนชำระหนี้ธนาคาร อย่าหนีปัญหา ให้ติดต่อธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ให้รับโทรศัพท์คุยกับธนาคารดีๆ อย่าเงียบหาย อย่าเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ทำให้ติดต่อไม่ได้ ทำให้ธนาคารเห็นพฤติกรรมความไม่จริงใจ ต่อมาภายหลังจะเจรจายากขึ้น ถือว่าเป็นลูกหนี้ชั้นเลว
  • ให้สอบถามธนาคารว่าเรามีเวลาเท่าไหร่ หรือมีคำแนะนำอะไรบ้างที่พอช่วยเราได้ ปัจจุบันคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัด ค่าปรับต่างๆ เท่าไร เริ่มคิดอัตรา npl เมื่อไร ยอดหนี้ปัจจุบันรวมเท่าไหร่ เพื่อลูกหนี้จะมาวิเคราะห์ตนเองว่าพอรับเงื่อนไขนี้ไปได้นานแค่ไน ไหวหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ติดต่อโดยตรง เร่งด่วน ดูแลเคสเราโดยเฉพาะ เพื่อเวลาเดือดร้อน จะรับสถานการณ์ได้ง่ายและเร็วขึ้น
  • ถ้าพิจารณาศักยภาพตนเองว่าไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ อย่าเซ็นสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอาดอกเบี้ยพร้อมค่าปรับไปรวมเป็นเงินต้น อย่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเซ็นเอกสารอะไรที่ยังไม่ได้อ่าน หรือไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
  • หลังเกิดวิกฤตชีวิต ตั้งสติดีๆ เพื่อที่จะแก้ปัญหาโดยเรียงลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง
  • อย่าแก้ปัญหาไม่ถูกที่ เช่นไปกู้ที่อื่น ยืมที่อื่นมาจ่ายหนี้ วนไปเป็นดินพอกหางหมู ต้องแก้ปัญหาให้ถูก เป็นหนี้ตรงไหน แก้ตรงนั้น ไม่กู้ที่อื่นมาใช้หนี้ที่มีอยู่ แก้ปัญหาไม่ถูกที่ หนี้เพิ่มพูน หลายเจ้า ไม่รู้จะชำระเจ้าหนี้รายไหนก่อน
  • บางรายมัวแต่หนีเจ้าหนี้ จนบ้านถูกยึดขายทอดตลาด บ้านไม่มีอยู่และยังเป็นหนี้ต่อ
  • บางรายไม่พิจารณาศักยภาพตัวเองให้ดี คิดว่าสัก 5-6 เดือนคงแก้ได้ ตกงานอยู่ ระหว่างที่รองานอยู่ เงินเก่าไม่ผ่อน ต้องกินต้องใช้ อาจเกิดการหมักหมม ดังนั้นต้องพิจารณาดีๆ ว่า รับได้กี่เดือน ถ้าไม่ไหวต้องตัดสินใจขาย ให้ทันกับดอกเบี้ยที่เพิ่ม จะมีเงินพอมีเงินเหลือตั้งต้นชีวิตใหม่ เมื่อยืนได้ ตั้งหลักได้ค่อยมาซื้อบ้านหลังใหม่เมื่อมีความพร้อม
  • ต้องประเมินกำลังตัวเองให้ดี ติดต่อธนาคารตลอดเพราะเงื่อนไขแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ต้องรู้ศักยภาพตัวเองเร็วที่สุด ถ้าประเมินแล้วไม่ไหว ไม่รอดจริงๆ รีบตัดสินใจปล่อยบ้านเร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ปลอดภัยที่สุดที่จะได้มีเงินเหลือจากการขายมากที่สุด และไม่เป็นหนี้อีกต่อไป
  • ถ้าติดต่อธนาคารสม่ำเสมอจะทราบเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย ถ้าเป็น npl 18 % เมื่อไร จำนวนดอกเบี้ยวิ่งเร็วจนเราขายทรัพย์ไม่ทัน หรือขายได้แต่เหลือเงินน้อยลงอย่างรวดเร็ว ดอกเบี้ยวิ่งไม่เคยพัก แม้กระทั่งเวลาที่เราหลับอยู่
  • รู้ตัวเร็วเท่าไร โอกาสที่จะได้เงินคืนเร็วขึ้น และมากขึ้น ให้ทันกับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

รับฝากขายบ้าน ที่ดิน คอนโด ตึกแถว อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเม้นท์ โกดัง โรงาน โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท

เราทำงานและแก้ปัญหาแทนท่านทุกขั้นตอนจนสำเร็จลุล่วง ด้วยการอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ยึดถือประโยชน์ ความพึงพอใจ ของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

“บริการเป็นมืออาชีพ ด้วยความใส่ใจ รวดเร็ว ฉับไว ซื่อสัตย์ จริงใจ ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ”

จุดมุ่งหมายของ gooroohome

ด้วยความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ความเห็นใจ ว่าเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการขาย เช่า บ้าน ที่ดิน คอนโด และอสังหาริมทรัพย์ มีข้อจำกัดในด้านต่างๆ เช่น

การวิเคราะห์ #การประเมินราคาทรัพย์สิน

การลงทุนทำสื่อโฆษณา การวางแผนทำตลาดเพื่อการขาย

ทักษะความชำนาญเฉพาะทางในการเจรจาต่อรอง

การจัดเตรียมเอกสารนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ

ความรู้ในการคำนวณภาษี ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการโอนกรรมสิทธิ์

และงานบริการอื่นๆ อีกมากมายที่จำเป็นต่อ การขายทรัพย์สิน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เราจึงมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้บริการ แก้ไขปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ แทนท่าน อย่างครบวงจร

บทความแนะนำ
สัญญาณบอกเหตุว่า ชีวิตกำลังจะไม่มีความสุข หากคุณรู้สึกเบื่อ ไม่มีความสุข เราอยากแนะนำให้คุณอ่านบทความ แม่จนสอนแม่รวย เพื่อเป็นแนวทางในใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม

**สำหรับลูกค้า** ที่ต้องการฝากขาย เช่า ซื้อ บ้าน ที่ดิน คอนโด ตึกแถว อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเม้นท์ โกดัง โรงงาน โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท บริหารงานขายโครงการ โครงการใหม่ มือหนึ่ง

สนใจติดต่อ 
นวล 087 449 5653
หน่อย 084 088 9755
facebook.com/gooroohome

Share On